Username
  Passwords
   
สมัครสมาชิก
 
head12
 

หน้าแรก กระดานข่าว


 หัวข้อ : แถลงการณ์ 43 เลือกพรรค ขึ้นค่าสมัครผู้ว่าฯ ถูกกลั่นแกล้ง (อีกแล้ว)
 
พุธ 27 กุมภาพันธ์ 2556 แถลงการณ์ 43 ดร.โสภณ พรโชคชัย ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.#4 เลือกพรรค ขึ้นค่าสมัครผู้ว่าฯ ถูกกลั่นแกล้ง (อีกแล้ว) ดูนโยบายของผมที่: http://www.sopon4.housingyellow.com/p.php?p=pages_43.php เลือกพรรค: ในความเห็นของผม เลือกพรรค หรือเลือกผู้สมัครอิสระก็ได้ อยู่ที่ความสามารถ ผมมั่นใจว่าผมเองแสดงวิสัยทัศน์ได้คมชัดกว่า แต่หากใครจะเห็นแก่พรรค แก่พวก ก็ช่วยไม่ได้ ยิ่งถ้าใครเห็นแก่อามิสสินจ้าง เห็นแก่การถูกพาไปเที่ยวด้วยเงินหลวง เข้าทำนองซื้อเสียงกันมาล่วงหน้าเป็นปี ผมก็ได้แต่สงสารคนเหล่านั้นที่ตกเป็นทาสทางความคิด ในการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร เขาให้สมัครกันอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรคเช่นการเมืองระดับชาติ แสดงว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายให้ความสำคัญกับบุคคล ไม่ใช่พรรค กรณีที่นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ออกมาบอกว่า ควรเลือกสุขุมพันธ์เพราะกลัวว่าคนที่ชั่วกว่าคือพงศพัศจะมานั้น ผมเห็นว่าเป็นความคิดที่มุ่งจูงใจคนในอาณัติโดยไม่เคารพในหลักประชาธิปไตย ไม่ให้เสรีภาพทางความคิดแก่สาวก นักปรัชญาก้องโลกชาวอังกฤษ Samuel Taylor Coleridge กล่าวว่า ในทางการเมือง อะไรที่เริ่มต้นที่ความกลัวมักจบลงที่ความโง่งม-หลอกลวง (In politics, what begins in fear usually ends in folly) ในสังคมอารยะ เราต้องเลือกคนตามความชอบ และศรัทธา ไม่ใช่ด้วยความกลัว ขึ้นค่าสมัคร-ไม่ต้องขึ้นเงินเดือนผู้ว่าฯ: ขณะนี้ค่าสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. เป็นเงิน 50,000 บาท แต่ทางราชการเสียเงินค่าเลือกตั้งนับร้อย ๆ ล้านบาท แค่รูปถ่ายอย่างเดียวติดตามหน่วยเลือกตั้งก็เกือบหมื่นแห่ง ผมจึงขอเสนอให้ขึ้นค่าสมัครเป็น 500,000 บาท เพื่อช่วยเหลือทางราชการในการจัดการเลือกตั้งโดยเปลืองงบประมาณให้น้อยที่สุด กรณีนี้ไม่ใช่การกีดกันผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้มีอุดมการณ์ซึ่งควรที่จะขายความคิดให้สังคมได้ประจักษ์ เพื่อให้มีผู้สนับสนุนมาช่วยกันบริจาคลงขันค่าสมัครกันอย่างโปร่งใส มีความเป็นไปได้ที่ปลัด กทม. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ จะมีรายได้สูงกว่าผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้ข้าราชการทั้งแผงได้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นตามอัตภาพ จะได้ไม่หาเรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติและทรัพยสมบัติและไม่ได้มุ่งหวังที่จะมาหาผลประโยชน์ใส่ตัวนั้น เงินเดือนตามที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง (อีกแล้ว): ผมขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ facebook ส่วนตัวของผมถูกปิดไปแล้ว เชื่อว่าเป็นผลจากการที่แฟน ๆ ของผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใหญ่รายหนึ่งรุมรายงานเท็จไปยัง facebook ว่าผมไม่ใช่ตัวจริง ทั้งที่ผมเป็นสมาชิก facebook มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และได้ upload รูปและเรื่องราวต่าง ๆ นับหมื่น ๆ รูป และคุยกับเพื่อนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเองอยู่ทุกวัน เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดมาเป็นระยะ ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว แต่เมื่อวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ ก็โดนโจมตีด้วยการรุมรายงานเท็จจน facebook ส่วนตัวของผมโดนสั่งปิดไป 4 ครั้งในวันเดียวกัน ทั้งที่ผมได้ชี้แจงว่าตนเองเป็นตัวจริงไปยัง facebook ก็ตาม เหตุการณ์นี้จึงเป็นเกมการเมืองสกปรกแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ แต่นับแต่ผมสมัครผู้ว่าฯ กทม. และได้เสนอแนวทางการพัฒนา กทม. ในแง่มุมต่างๆ รวมทั้งการอุดช่องโหว่ทุจริต อาจทำให้มีผู้เสียผลประโยชน์พากันรุมรายงานเท็จปิด facebook ผม พุธ 27 กุมภาพันธ์ 2556 แถลงการณ์ 44 ดร.โสภณ พรโชคชัย ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.#4 เล่นว่าว ทวงคืนสนามหลวงเพื่อสังคม ดูนโยบายของผมที่: http://www.sopon4.housingyellow.com/p.php?p=pages_44.php สนามหลวงแต่เดิมให้ใช้เป็นที่พักผ่อนของประชาชน ปัจจุบันนี้ตกอยู่ในสภาพ “เห็นแต่ตา มืออย่าต้อง” ควรคืนให้ประชาชน และใช้เป็นที่ชุมนุมทางการเมือง จะได้ไม่เกิดการชุมนุมในย่านอื่น และควรใช้เพื่อเป็นไนท์บาซาร์ที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก ในปัจจุบัน กทม. ให้ใช้สนามหลวงเฉพาะงานราชพิธี รัฐพิธี งานประเพณีสำคัญของชาติโดยหน่วยงานของรัฐ และการจัดการแข่งขันกีฬาไทยประจำปี แต่ห้ามมีกิจกรรมทางการเมือง และการใช้ต้องยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องวางหลักประกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย 500,000 - 1,000,000 บาท การนี้เท่ากับเป็นการ “ริบ” พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุงเทพฯ ไป การปลูกหญ้าผืนใหญ่เขียวขจีเสมือนพรม แต่ไม่ยอมให้ใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนเท่าที่ควร เป็นสิ่งที่พึงทบทวนใหม่เป็นอย่างยิ่ง คนกรุงเทพฯ ในสมัยก่อนขี่จักรยานเป็นก็เพราะมีสนามหลวง ใครใคร่มาเล่นว่าว หรือนั่งเล่นตามพื้นที่ต่างๆ ก็ย่อมทำได้ แต่ทุกวันนี้มีข้อจำกัดมาก กทม. สามารถให้คงพื้นที่สนามหลวงเป็นของประชาชน เพียงแต่ต้องจัดระเบียบให้ดี เช่น การเช่าพื้นที่ค้าขายอาหาร เครื่องดื่ม เช่าจักรยาน โดยทำให้เกิดความโปร่งใส นำเงินเข้าหลวงเพื่อพัฒนาสนามหลวงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ที่สำคัญ ควรใช้พื้นที่สนามหลวงเป็นที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่ไปชุมนุมในที่อื่นที่ไม่เหมาะสม หากสนามหลวงได้รับการใช้เพื่อการนี้ ก็จะเป็นการจัดระเบียบการชุมนุมที่ดีในเขตกรุงเทพมหานคร ไม่กีดขวางการจราจร ไม่บุกรุกสถานที่ราชการ สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ยิ่งกว่านั้นการท่องเที่ยวในเกาะรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านประวัติศาสตร์ของชาติไทยนั้นมีข้อจำกัดในการเที่ยวในเวลากลางวันเพราะอากาศที่ร้อนมาก ผมจึงเสนอแปลงพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้เป็นไนท์บาซาร์หรือตลาดท่องเที่ยวกลางคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเริ่มต้นให้ใช้พื้นที่บริเวณสนามหลวง และรอบกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีพื้นที่รวมกันประมาณประมาณ 60,000 ตารางเมตร หากนำพื้นที่ 50% มาใช้เพื่อกิจกรรมสันทนาการและไนท์บาซาร์ ก็จะกินพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางเมตร กรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าของพื้นที่สามารถจัดกิจกรรมตลาดได้ทุกวัน นำรายได้เข้ามาบำรุงเกาะรัตนโกสินทร์ได้เพิ่มเติม กิจกรรมไนท์บาซาร์นี้ควรเปิดบริการในระหว่างเวลา 18:00 – 24:00 น. และควรมีกิจกรรมเสริมเช่น การล่องเรือรอบคลองหลอด ลานการแสดงออกสำหรับคนหนุ่มสาวและศิลปิน เป็นต้น และในอนาคตยังสามารถขยายไปยังถนนมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และอื่น ๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งถนนราชดำเนินในและถนนราชดำเนินกลาง จนกลายเป็นตลาดไนท์บาซาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประโยชน์จากการนี้เปิดตลาดไนท์บาซาร์ ณ เกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่ 1. เป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ประชาชนได้ชื่นชมอาคารสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้ประชาชนเกิดความหวงแหนในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ในประเทศไทย 2. เป็นการเปิดโอกาสให้วัยรุ่น เยาวชน คนหนุ่มสาว ศิลปิน ได้มีพื้นที่แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ไนท์บาซาร์แห่งนี้ ซึ่งไม่ได้เน้นเพื่อการขายสินค้าแต่อย่างใด 3. เป็นการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีพื้นที่ทำการค้าในราคาที่ยุติธรรมพร้อมการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐาน 4. เป็นสถานที่ทางเลือกเพื่อการพักผ่อนที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในยามค่ำคืน ซึ่งจะทำให้พื้นที่นี้มีชีวิตชีวา ปลอดจากมิจฉาชีพ โดยทั้งนี้จะมีการจัดวางกำลังรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี 5. เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สะอาด ปลอดมลพิษ มีคุณภาพ ให้ชื่อเสียงของประเทศไทยเป็นที่ประจักษ์ในเชิงสากล โดยไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวประเภทการให้บริการทางเพศหรืออื่นใดที่ทำให้ชื่อเสียงของประเทศชาติมัวหมอง ทั้งนี้กรุงเทพมหานครควรจัดการจราจรทั้งทางบก ทางน้ำ และการใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งจะเชื่อมต่อมายังเกาะรัตนโกสินทร์นี้ให้ดี เพื่อให้กลายเป็นเกาะที่ปลอดมลพิษโดยเฉพาะในยามค่ำคืน
 โดยคุณ : jantira วันที่ตั้ง : 2013-02-27 15:12:43

<< หน้า 1 / 0 >> ไปยังหน้า

hd2