Username
  Passwords
   
สมัครสมาชิก
 
head12
 
หน้าแรก
วธ.ดีเดย์กม.ภาพยนตร์ฯ ปิดฉากเซ็นเซอร์จัด7เรทแทน 20/06/2008
 
ข่าววันที่ 2 มิถุนายน 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

ปิดตำนานเซ็นเซอร์หนัง

วธ.ดีเดย์กม.ภาพยนตร์ฯ

ปิดตำนานเซนเซอร์หนัง วธ.ดีเดย์กม.ภาพยนตร์ ขู่โรงหนังชั้นสอง สอดไส้หนังโป๊ขั้นถอนใบอนุญาต ด้านคนทำหนังหวั่นมาตรฐานเรทติ้ง
            วันนี้ (2 มิ.ย.) เวลา 14.00 น. ที่ก.วัฒนธรรม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม(วธ.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ครั้ง 1/2551 มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมโดยนายอนุสรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ แบ่งเป็น 2 ชุดใหญ่  โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดูแลการอนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ส่วนวธ. ดูแลการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร และอนุญาตการส่งออกภาพยนตร์ฯ นำไปนอกราชอาณาจักร รวมทั้งการจัดเรทติ้งมีพรบ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ควบคุมผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.มีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) เป็นหน่วยปฏิบัติงาน ส่วนการแต่งตั้งนายทะเบียนยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ส่วนตัวเห็นว่าผู้ว่าฯ มีภารกิจงานมากอยู่แล้ว ก็น่าจะให้วัฒนธรรมจังหวัดดูแลแทน
“ขณะนี้ สวช. มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานส่วนกลางและภูมิภาคร่วมจำนวน 2,000 คน ที่จะทำงานลงพื้นที่ตรวจร้านจำหน่ายและให้เช่าภาพยนตร์ และโรงภาพยนตร์ทุกระดับว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์หรือไม่ โดยกำชับให้เจ้าหนาที่เข้มงวดกับการตรวจ โดยเฉพาะโรงหนังที่มีการฉายภาพยนตร์แบบวนรอบ หรือที่เรียกกันว่าโรงหนังชั้นสอง หากพบว่ามีการสอดไส้ฉายหนังโป๊ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 3 แสนบาท สูงสุด 1 ล้านบาท ถ้ามีการทำผิดซ้ำต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที อย่างไรก็ตามการจัดเรทติ้งนั้นไม่สามารถครอบคลุมและควบคุมการสร้าง และฉาย ให้เป็นไปตามกฎหมายได้หมด ผมคิดว่าผู้ประกอบการและผู้ผลิตภาพยนตร์นั้นควรจะต้องคำนึงถึงจริยธรรม ศีลธรรมของสังคมมาก กว่าผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง” รมว.วธ กล่าว 
วันเดียวกันที่สวช. จัดประชุมเสวนาเรื่อง "ทิศทางการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์ ตามพรบ.ภาพยนตร์ฯ โดยมีผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังหลายท่านเข้าร่วม อาทิ ปรัชญา ปิ่นแก้ว อังเคิ่ล ปื๊ด ธนิต จิตนุกุล และนายชัยวัฒน์ ทวีวงศ์แสงทอง เลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ โดย นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.) กล่าวว่า ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่ สวช. จะต้องรับภารกิจด้านภาพยนตร์ต่อจาก สตช. ทั้งเพิ่งจะได้รับตำแหน่งข้าราชการมาทำงาน 99 ตำแหน่ง บรรจุไปแล้ว 98 ตำแหน่ง เหลือเพียงตำแหน่งผู้อำนวยการคนเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลักการทำงานของตนเน้นความยุติธรรม ไม่รับเงินใต้โต๊ะ มีความโปร่งใสทุกเรื่อง ขอให้ผู้ประกอบการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตนพร้อมให้การสนับสนุนทุกอย่างตามที่ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ กำหนดไว้
“วันนี้สวช.ได้ปล่อยคาราวานรถพร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่สายตรวจสถานประกอบการกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นการนำร่องในการตรวจตราโรงภาพยนตร์ ร้านเกม ร้านคาราโอเกะ ที่ยังไม่มีอนุญาต ในเขตกรุงเทพฯ ที่จะต้องมาขออนุญาตต่อนายทะเบียนภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2551 หากใครไม่ปฏิบัติตามก็จะถือว่ามีความ ผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการสุมตรวจร้านเกมและร้านที่ให้บริการเช่าวีซีดีพบว่าส่วนใหญ่มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง มีเพียงบาง ส่วนต้องปรับปรุงเรื่องแสงสว่างภายในร้าน เนื่องจากปิดม่านทึบ” เลขาฯ กวช. กล่าว
ด้าน พันตำรวจโทธงชัย กีรติธรรมากร รองผู้กำกับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี และ1 ในคณะกรรมการเช็นเซอร์ของ สตช. กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ (2 มิ.ย. ) เวลา 24.00 น. ระบบเซ็นเซอร์ถือว่าตายไปจากสังคมไทย ไม่มีการนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่ง วธ. ต้องหาทางแก้ไขระหว่างที่ยังไม่มีการประกาศใช้ระบบเรทติ้งว่าจะใช้ระบบไหนตรวจเนื้อหาภาพยนตร์ ส่วนกรณีการใช้ภาษาในภาพยนตร์ คำลามกอนาจาร ไม่สุภาพ เช่น เหี้.. ยังไม่มีบรรทัดฐานที่แน่ชัด บางคนมองว่าไม่หยาบคาย บางคนมองว่าหยาบคาย รวมถึงคำว่า เห็ดสด จะมองว่าหยาบคายด้วยหรือไม่ เพราะมีคำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันภาพลามกอนาจาร เช่น ภาพผู้หญิงโชว์หน้าอกแล้วเอามือล้วงไปที่อวัยวะเพศ ทางคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายอนุบัญญัติฯ อาจจะมองว่าไม่ลามกอนาจาร แต่ทางศาลมองว่าลามก จึงต้องหาบรรทัดฐานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ 
ด้าน นายปรัชญา ปิ่นแก้ว อุปนายกฝ่ายวิชาการและกฎหมาย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ในฐานะกรรมการยกร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ กล่าวว่า หากระบบเรทติ้งมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้ภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงเข้ามาฉายในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งมีข้อถกเถียงกันว่าภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงในแต่ละระดับจะมีความเหมาะสมในการฉายให้ผู้ชมอายุเท่าใดได้รับชม ขณะที่ภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงบางเรื่องก็มีเนื้อหาสร้างสรรค์สังคม เพราะฉะนั้นการพิจารณาจำกัดอายุผู้ชมภาพยนตร์ในเรทต่างๆ จะพิจารณาถึงผลประโยชน์และแง่คิดของการรับชมภาพยนตร์เป็นหลัก
“ภาพยนตร์ที่มีฉากความรุนแรงด้านเพศนั้น มีการแบ่งเรทไว้ชัดเจน โดยผู้แทนเยาวชนระบุว่า เรต น.13+ คือภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีขึ้นไปชม– น.15 คือภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปชม สามารถรับชมฉากที่มีการกอดจูบได้ ส่วนเรต น.18+ คือ ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไปชม สามารถชมฉากที่เปิดเผยเห็นส่วนสงวนได้ เช่น หน้าอก เป็นต้น ขณะที่ เรต ฉ. คือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีชม ยอมรับว่าผู้ชมที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปสามารถชมฉากที่เห็นอวัยวะเพศได้” นายปรัชญา กล่าว และว่า “มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากกำหนดเรทของการเสนอฉากที่มีภาพการมีเพศสัมพันธ์ในกฎกระทรวง อาจเป็นการเปิดช่องให้ผู้สร้างภาพยนตร์บางรายฉวยโอกาสทำหนังที่มีเนื้อหาไม่สร้างสรรค์ มุ่งแต่การใช้เรื่องเพศเป็นจุดขาย และมีเจตนาทำหนังเรทเอ็กซ์”
ด้าน นายธนิต จิตนุกูล ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า ในส่วนของคนทำภาพยนตร์พร้อมรับระบบการจัดเรทติ้งภาพยนตร์ แต่ขอให้วธ. พิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการตรวจพิจารณามีความรู้และเข้าใจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วย นอกจากนี้ตนยังเป็นห่วงกระบวนการทำงานระหว่าง วธ. คณะกรรมการพิจารณาเรทติ้ง และผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ว่าจะสามารถตรวจสอบผู้ชมภาพยนตร์ให้ตรงตามเรทได้มากน้อยแค่ไหน
 สำหรับเรทติ้งภาพยนตร์ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายอนุบัญญัติฯได้เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ มีทั้งหมด 7 ระดับ ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้ชม (ส.) 2.ภาพ ยนตร์ที่สามารถชมได้ทั่วไป (ท) 3. ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีขึ้นไปชม (น.13+)4.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปชม(น.15+) 5.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไปชม(น.18+) 6.ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีชม (ฉ) และ7.ภาพยนตร์ที่ห้ามฉายในราชอาณาจักรไทย(ห) ทั้งนี้การจัดทำเรทติ้งกฎเกณฑ์ต่างๆ จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 ภายหลังพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมที่สวช. ผู้ประกอบการร้านเกมโต้ตอบคำพูดกันไปมา นำเสนอปัญหาต่อสวช. ไม่สามารถปฏิบัติตามพรบ.ภาพยนตร์ฯ ได้เกรงว่ากฎหมายดังกล่าวมีช่องโหว่ในเรื่องการตรวจจับของตำรวจ ซึ่งทางเลขาฯ กวช. ได้ให้แนวทางไปขอให้ทุกฝ่ายไปปฏิบัติตามกฎหมายภายใน 90 วันก่อน เมื่อพบปัญหาช่วงการทดลองขอให้แจ้งมายังตน
  Comment By : frannyberry : 28/10/2010  

louis vuitton hampstead mm 8O louis vuitton sneakers 877 quilted chanel bag indian head %-DD
  Comment By : frannyberry : 28/10/2010  

acomplia adqnoi prednisone mcuh buying acomplia 814
  Comment By : frannyberry : 27/10/2010  

affordable car insurance =-((( online auto insurance 5617 affordable auto insurance 28317 car insurance quotes :-)))
  Comment By : frannyberry : 27/10/2010  

cialis levitra govg viagra 039

addComment

หน้า 1 / 2 ไปยังหน้า

 

hd2