Username
  Passwords
   
สมัครสมาชิก
 
head12
 
หน้าแรก
ปิดตำนานเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ 20/06/2008
 
กฎหมายภาพยนตร์ฯ มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ ถือเป็นการปิดตำนานระบบเซ็นเซอร์ ส่วนการจัดทำเรทติ้ง กฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ด้าน รมว.วธ.ขู่โรงหนังชั้นสองสอดไส้หนังโป๊ผิดถึงขั้นถอนใบอนุญาต



นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวิทัศน์แห่งชาติ ครั้ง 1/2551 มีว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ แบ่งเป็น 2 ชุดใหญ่ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดูแลการอนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ส่วน วธ. ดูแลการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร และอนุญาตการส่งออกภาพยนตร์ฯ นำไปนอกราชอาณาจักร รวมทั้งการจัดเรทติ้งมี พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ควบคุมผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.นี้ มีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เป็นหน่วยปฏิบัติงาน

“ขณะนี้ สวช. มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานส่วนกลางและภูมิภาคร่วมจำนวน 2,000 คน ที่จะทำงานลงพื้นที่ตรวจร้านจำหน่ายและให้เช่าภาพยนตร์ และโรงภาพยนตร์ทุกระดับว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์หรือไม่ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการตรวจโดยเฉพาะโรงหนังที่มีการฉายภาพยนตร์แบบวนรอบ หรือที่เรียกกันว่าโรงหนังชั้นสอง หากพบว่ามีการสอดไส้ฉายหนังโป๊ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 300,000 บาท สูงสุด 1 ล้านบาท ถ้ามีการทำผิดซ้ำต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที” นายอนุสรณ์กล่าว และว่า ส่วนการจัดเรทติ้งไม่สามารถครอบคลุมและควบคุมการสร้างและฉาย ให้เป็นไปตามกฎหมายได้หมด ผู้ประกอบการและผู้ผลิตภาพยนตร์ควรคำนึงถึงจริยธรรม ศีลธรรมของสังคม มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

วันเดียวกัน สวช. จัดประชุมเสวนาเรื่อง "ทิศทางการดำเนินงานตรวจพิจารณาภาพยนตร์ ตาม พ.ร.บ.ภาพ ยนตร์ฯ โดยมีผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเข้าร่วมจำนวนมาก นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวยอมรับว่าหนักใจที่ สวช. จะต้องรับภารกิจด้านภาพยนตร์ต่อจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างไรก็ตาม หลักการทำงานจะเน้นความยุติธรรม มีความโปร่งใสทุกเรื่อง ขอให้ผู้ประกอบการทำงานอย่างตรงไปตรงมา

พ.ต.ท.ธงชัย กีรติธรรมากร รองผู้กำกับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี หนึ่งในคณะกรรมการเซ็นเซอร์ของ สตช. กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ (2 มิ.ย.) เวลา 24.00 น. ระบบเซ็นเซอร์จะไม่มีในสังคมไทย วธ. ต้องหาทางแก้ไขระหว่างที่ยังไม่มีการประกาศใช้ระบบเรทติ้งว่าจะใช้ระบบไหนตรวจเนื้อหาภาพยนตร์

ด้าน นายปรัชญา ปิ่นแก้ว อุปนายกฝ่ายวิชาการและกฎหมาย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ในฐานะกรรมการยกร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ กล่าวว่า หากระบบเรทติ้งมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้ภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงเข้ามาฉายในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งมีข้อถกเถียงกันว่าภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงในแต่ละระดับจะมีความเหมาะสมในการฉายให้ผู้ชมอายุเท่าใด ขณะที่ภาพยนตร์ที่มีความรุนแรงบางเรื่องก็มีเนื้อหาสร้างสรรค์สังคม เพราะฉะนั้นการพิจารณาจำกัดอายุผู้ชมภาพยนตร์ในเรทต่าง ๆ จะพิจารณาถึงผลประโยชน์และแง่คิดของการรับชมภาพยนตร์เป็นหลัก

สำหรับเรทติ้งภาพยนตร์ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายอนุบัญญัติฯ ได้เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาวันนี้ มีทั้งหมด 7 ระดับ ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้ชม (ส.) 2.ภาพยนตร์ที่สามารถชมได้ทั่วไป (ท) 3. ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีขึ้นไปชม (น.13+) 4.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปชม (น.15+) 5.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไปชม (น.18+) 6.ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีชม (ฉ) และ 7.ภาพยนตร์ที่ห้ามฉายในราชอาณาจักรไทย (ห) ทั้งนี้ การจัดทำเรทติ้ง กฎเกณฑ์ต่าง ๆ จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 ภายหลังพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้
      ไอ เอ็น เอ็น : 02   มิถุนายน   2551   19:21:08

addComment

หน้า 1 / 0 ไปยังหน้า

 

hd2